|
| หน้าร้านสาขา เก๋งจีน | |
 | ระยะเวลามากกว่า 70 ปี ผ่านการสืบทอดกิจการจากรุ่นสู่รุ่น ถึงวันนี้ ขนมเปี้ยะ “ตั้งเซ่งจั้ว” จากร้านเล็กๆ ในชุมชนบางคล้า ก้าวขึ้นสู่แบรนด์ของฝากอันดับต้นๆ ประจำเมืองแปดริ้ว พร้อมกับมีส่วนสำคัญ ผลักดันชื่อขนมเปี๊ยะบางคล้าเป็นที่รู้จักระดับประเทศ องค์ประกอบแห่งความสำเร็จที่ได้มา ลำพังแค่รสชาติความอร่อยอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเติมเต็มธุรกิจหลายๆ ด้าน ทั้งพัฒนามาตรฐานการผลิต บรรจุภัณฑ์ แผนการตลาด และเปลี่ยนตำแหน่งสินค้า จากขนมใช้ในเทศกาลสู่ของฝากประจำถิ่น ทั้งหมดประกอบกันช่วยสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำในฐานะเบอร์หนึ่งแห่งขนมเปี้ยะบางคล้า
|
|
| ปิยะพร ตันคงคารัตน์ | |
 | ปิยะพร ตันคงคารัตน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฮก แอนด์ ซันส์ จำกัด ในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 ผู้ดูแลธุรกิจร้านขนมเปี๊ยะ “ตั้งเซ่งจั้ว” เล่าให้ฟังว่า ผู้บุกเบิกธุรกิจ คือ อากง (ฮก แซ่ตั้ง) ของเขา ซึ่งอพยพหนีความแล้งแค้นมาจากเมืองเหยี่ยวเพ้ง ใกล้กับเมืองซัวเถา ประเทศจีน โดยพกพาฝีมือทำขนมเปี๊ยะมาเปิดร้านอยู่ที่ตลาดบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อปี 2475 หรือ 76 ปีที่แล้ว
|
เส้นทางอาชีพหลังจากนั้น ฝ่าฟันอุปสรรคนานาประการ จากรุ่นอากง สู่ทายาทรุ่นที่ 2 ค่อยๆ สะสมความสำเร็จ ต่อยอดให้ธุรกิจเข้าขั้นมั่นคง ประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างสูง สร้างชื่อให้ขนมเปี๊ยะจากบางคล้า เป็นที่รู้จักในวงกว้าง (อ่านเรื่องประกอบ"เปิดตำนานขนมเปี๊ยะ “ตั้งเซ่งจั้ว” สูตรซัวเถาสู่เจ้าดังบางคล้า")
|
|
| สาขาเก๋งจีน สวยงามดึงดูดใจ จนกลายเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวประจำเมืองแปดริ้ว | |
 | อย่างไรก็ตาม ในแง่สร้างแบรนด์ร้านเป็นที่จดจำแล้วยังนับว่าห่างไกลความสำเร็จ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะรู้จักกันแค่ในนามขนมเปี๊ยะบางคล้า ไม่ใช่ในชื่อ “ตั้งเซ่งจั้ว” และยิ่งนานวัน คู่แข่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทุกร้านล้วนแต่ใช้ชื่อว่า ขนมเปี๊ยะบางคล้าทั้งหมด ในที่สุดเกิดปัญหาขายตัดราคากันเอง ทายาทรุ่น 3 กล่าวว่า ที่ผ่านมา ร้าน “ตั้งเซ่งจั้ว” พยายามจะเป็นผู้นำตลาดเสมอมา แต่ไม่ว่าจะบุกเบิกแนวทางใหม่ใดๆ ก็ตาม หนีไม่พ้นมีผู้ผลิตรายอื่นมาแข่งขันด้วยรูปแบบใกล้เคียงกัน
|
ปมดังกล่าวนำมาสู่การพลิกโฉมธุรกิจครั้งสำคัญที่สุด ในช่วงปลายยุครุ่น 2 ต่อสู่ทายาทรุ่น 3 โดยเปลี่ยนจุดยืนสินค้าจากขนมที่มักใช้เฉพาะเทศกาลของชาวจีน อย่างตรุษจีน และปีใหม่ มาเป็นขนมของฝากที่ขายได้ตลอดทั้งปี
|
|
| ภายในบริเวณสาขาเก๋งจีน | |
 | “จากที่พวกเราคุยกันในครอบครัว ได้ข้อสรุปว่า ต้องเปิดเป็นร้านของฝากอยู่ติดถนนใหญ่ ซึ่งเป็นร้านที่ลูกค้าเข้ามาแล้วประทับใจ ไม่ใช่ซื้อของแล้วกลับ แต่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของแปดริ้ว สำหรับแวะพักผ่อน คลายเมื่อยล้าจากการเดินทาง หรือแวะมาถ่ายรูป สร้างความทรงจำให้ลูกค้า แม้ว่าลูกค้าอาจจะจำชื่อร้านไม่ได้ แต่ก็จำได้ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยมาที่นี่” เริ่มแรกวางงบก่อสร้างไว้เพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น แต่เมื่อลงมือจริง เพื่อให้ได้ร้านสมบูรณ์แบบตามจินตนาการไว้ เบ็ดเสร็จลงทุนกว่า 24 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าสิ่งปลูกสร้าง 18 ล้านบาท กับค่าที่ดินอีก 6 ล้านบาท ใช้ระยะก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2539-2545 พื้นที่รวม 4 ไร่ ตั้งอยู่ติดริมถนนใหญ่เส้นทางสู่อำเภอพนมสารคาม ให้ชื่อว่า สาขาเก๋งจีน
|
|
| เคาน์เตอร์จำลองร้านต้นตำรับ | |
 | “ตอนแรกไม่คิดว่าจะทำใหญ่อย่างนี้ แต่หลังจากพูดคุยในครอบครัว ถ้าทำเล็ก เราก็หนีคู่แข่งไม่พ้นอีก แบรนด์ก็ไม่แข็งแรงด้วย ดังนั้น ตัดสินใจเลือกจะทำให้ครบและใหญ่ เพื่อให้สาขานี้ เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ให้ลูกค้ารู้ว่า เราเป็นตัวจริงของคนทำขนมเปี๊ยะบางคล้า อีกทั้ง อาคารแห่งนี้ยังเป็นตัวแทนเก็บความทรงจำ และความภูมิใจของสมาชิกครอบครัว ให้ตระหนักรากเหง้าของเราว่า เป็นครอบครัวทำขนมเปี๊ยะ” จากแนวคิดดังกล่าว ในพื้นที่กว่า 4 ไร่ของร้าน “ตั้งเซ่งจั้ว” สาขาเก๋งจีน เปรียบเหมือนอาณาจักรแห่งขนมเปี๊ยะบางคล้า นอกจากสินค้าที่มีให้เลือกหลากหลายแล้ว ยังประกอบไปด้วยมุมนิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาของร้าน อีกทั้ง บริเวณนั่งผ่อนคลายอารมณ์ และห้องขายสินค้าที่ระลึก เป็นต้น
|
อีกจุดที่โดดเด่นอย่างยิ่ง คือ เคาน์เตอร์ขายสินค้าจำลองเป็นร้านต้นตำรับในชุมชนบางคล้า ขณะที่ตัวอาคารก่อสร้างเป็นเก๋งจีนสไตล์ประยุกต์ ทั้งสง่า และสวยงาม ถึงขั้นคว้ารางวัล ผลงานสถาปัตยกรรมดีเด่นแห่งประเทศไทย ประเภทอาคารรวมกิจกรรมพาณิชยกรรม จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ประจำปี 2547 มาแล้ว
|
นอกจากนั้น เสริมความน่าสนใจผ่านบรรจุภัณฑ์สวยงาม อีกทั้ง ทำสินค้าที่ระลึกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด ตุ๊กตา พวงกุญแจ ชุดน้ำชา ฯลฯ แม้กระทั่ง หนังสือการ์ตูนเล่าเรื่องราวของร้าน วาดโดยหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว ซึ่งสินค้าที่ระลึกเหล่านี้ ด้านยอดขาย ล้วนขาดทุนทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ได้ทดแทน คือ ตอกย้ำแบรนด์ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ทายาทรุ่น 3 เผยว่า การลงทุนสาขา “เก๋งจีน” ถือเป็นความสำเร็จอย่างสูง ส่งให้ยอดขายเพิ่มจากเดิม 2-3 เท่าตัว รวมถึง เปิดตลาดสู่ลูกค้ากลุ่มนักท่องเที่ยวสำเร็จ ทั้งกลุ่มทัวร์ และผู้เดินทางมาไหว้หลวงพ่อโสธรช่วงสุดสัปดาห์จะแวะมาซื้อขนมเปี๊ยะกลับไปเป็นของฝาก และสำคัญที่สุด ช่วยสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ยกระดับจากแบรนด์ระดับอำเภอสู่ระดับประเทศ
|
|
| ร้านขายสินค้าที่ระลึก | |
 | ปัจจุบัน ร้าน “ตั้งเซ่งจั้ว” มีสาขารวม 6 แห่ง กระจายอยู่ในตัวเมืองแปดริ้ว ส่วนผลิตภัณฑ์มีกว่า 30 ชนิด เน้นขนมจีนโบราณผ่านการประยุกต์รูปแบบให้ทันสมัย ภายใต้บรรจุภัณฑ์มาตรฐานสากล ราคาเฉลี่ย ตั้งแต่กล่องละ 50-200 กว่าบาท กลุ่มลูกค้า แบ่งเป็นนักท่องเที่ยว 60% และ 40% เป็นคนท้องถิ่น นอกจากนั้น มีช่องทางตลาดส่งเข้าร้านโกลเด้นเพลสทุกสาขาอีกด้วย
|
|
| ที่ห้อยกุญแจ สินค้าที่ระลึกแบบเก๋ๆ | |
 | ในฐานะผู้ดูแลธุรกิจ ณ ปัจจุบัน ปิยะพร ระบุภารกิจสำคัญ อันดับแรกมุ่งรักษาคุณภาพรสชาติให้เหมือนต้นตำรับ เตือนตัวเองเสมอว่า แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะเลิศหรูเพียงใด แต่สุดท้ายแล้ว ความอร่อยที่ลูกค้าสัมผัสได้ จะเป็นเครื่องตัดสินความสำเร็จที่ยั่งยืนของธุรกิจ นอกจากนั้น เป้าหมายระยะสั้น อยากพัฒนาการผลิต ให้โรงงานก้าวสู่มาตรฐานระดับโลก ทั้ง GMP และ HACCP ส่วนเป้าหมายระยะยาว จะขยายตลาดให้กว้างขึ้น ทั้งในหรือต่างประเทศ
|
|
| สินค้าที่ระลึกหลายๆ รูปแบบ | |
 | “ผมจะคิดเสมอว่า ยิ่งธุรกิจเป็นที่รู้จักมากเท่าใด ความคาดหวังของผู้บริโภคจะยิ่งเพิ่มตามไปด้วย ดังนั้น จะต้องรักษาคุณภาพ และสายสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าที่เคยกินขนมของเรามาตั้งแต่รุ่นอากง มาถึงรุ่นพ่อและอาๆ ให้ยั่งยืนต่อไป และส่งต่อสายสัมพันธ์เหล่านี้ไปสู่รุ่นลูกๆ ของผมต่อไป” * * * * * * * * * * * * * คลิกเพื่ออ่านเปิดตำนานขนมเปี๊ยะ “ตั้งเซ่งจั้ว” สูตรซัวเถาสู่เจ้าดังบางคล้า คลิกเพื่ออ่านแผนที่ร้าน "ตั้งเซ่งจั้ว" โทร.038 584 419-20 , 038 541 134
|