|
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเปิดทางด่วน ช่วยผู้ประกอบการไทยตีทะเบียนง่ายขึ้น |
|
|
|
|
เขียนโดย รางน้ำฝน
|
|
วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2011 เวลา 19:23 น. |
|
ปัญหาการจดทะเบียนคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่ล่าช้า ถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ประกอบการไทยที่เป็นนักประดิษฐ์คิดค้น เพราะบางคนเมื่อคิดค้นได้แล้ว พอต้องมาเจอกับกระบวนการยื่นจดทะเบียนที่ล่าช้า บางรายถึงกลับถอย ไม่ยอดจดทะเบียนไปเลยก็มี เลยทำให้เสียโอกาสในการประกอบธุรกิจ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงแก้ปัญหาด้วยการเปิดตู้แดง สร้างทางด่วนในการจดสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตรช่วยผู้ประกอบการไทย นายคณิสสร นาวานุเคราะห์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าการจดทะเบียนคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะการจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรในสิ่งที่ได้มีประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมานั้น เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และสร้างภาระให้กับผู้ประกอบการมาโดยตลอด ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มความคล่องตัวและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการของไทยที่มีการประดิษฐ์คิดค้นทรัพย์สินทางปัญญา กรมฯ จึงได้มีการปรับปรุงการให้บริการของกรมฯ ในเรื่องการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อทำให้การจดทะเบียนมีความคล่องตัวและรวดเร็วขึ้น “ที่ผ่านมา มีการร้องเรียนว่า การขอจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรล่าช้า กรมฯ จึงแก้ปัญหาด้วยการตั้งทางด่วนสิทธิบัตร หรือตู้แดงเพื่อพัฒนามาตรฐานการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศ ให้มีความรวดเร็วและถูกต้องยิ่งขึ้น”นายคณิสสรกล่าว นายคณิสสรอธิบายถึงขั้นตอนที่ได้ปรับปรุงว่า คำขอสิทธิบัตรที่จะเข้าสู่กระบวนดังกล่าวได้จะต้องมีข้อถือสิทธิ์ไม่เกิน 2 ข้อ และผ่านกระบวนการยื่นคำขอที่ถูกต้องแล้ว โดยกรมฯ จะดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน จากเดิมที่ต้องใช้เวลาประมาณ 12-20 เดือน(ในกรณีการประดิษฐ์) ในขณะที่อนุสิทธิบัตรนั้น หากมีข้อถือสิทธิ์ไม่เกิน 2 ข้อ หลังจากมีการจัดทำคำขอที่ผ่านการแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างถูกต้องแล้ว จะสามารถออกอนุสิทธิบัตรได้ภายใน 4 เดือนเช่นเดียวกัน จากเดิมที่ต้องใช้เวลาประมาณ 12-15 เดือน นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้มีการจัดทำความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาจำนวน 7 แห่ง ในการขอให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านช่วยตรวจสอบเบื้องต้น เพื่อให้คำขออนุสิทธิบัตรนั้นๆ พร้อมที่จะถูกดำเนินการให้เสร็จได้ภายในเวลา 6 เดือน ซึ่งจะย่นระยะเวลาในการดำเนินการน้อยกว่าคำขอที่มาตามเส้นทางปกติมาก โดยกรมฯ ต้องขอให้เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญายอมเปิดเผยรายละเอียดเพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถดำเนินการตรวจสอบได้ โดยจะเก็บรายละเอียดทุกอย่างเป็นความลับ อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการปรับกระบวนการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในเรื่องของสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรให้มีความคล่องตัวมากขึ้นแล้ว กรมทรัพย์สินทางปัญญายังได้เตรียมความพร้อมปรับระบบงานเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการของไทยในการจดทะเบียนสิทธิบัตรในต่างประเทศด้วย โดยนายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ขณะนี้ กรมฯ กำลังจัดตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อรองรับการเข้าเป็นสมาชิก PCT ซึ่งจะสามารถเป็นหน่วยรับคำขอยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตรในประเทศสมาชิกกว่า 100 ประเทศ โดยผู้ขอไม่จำเป็นต้องเดินทางไปจ้างตัวแทนต่างประเทศอีกต่อไป ทั้งนี้ หน่วยงานดังกล่าว คือ หน่วยรับคำขอ (Receiving Office) มีหน้าที่ในการตรวจรับคำขอ PCT ที่ยื่นในประเทศไทย จัดทำทะเบียน จัดเก็บข้อมูลลงฐานข้อมูลและจัดเตรียมเอกสารเพื่อทำการส่งต่อให้ WIPO และสำนักงานสิทธิบัตรขอประเทศเป้าหมายต่อไป สำหรับเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่ต้องการยื่นในระบบ PCT ก็สามารถใช้ระบบเดิมที่ขอรับความคุ้มครองเฉพาะภายในประเทศได้ตามปกติ “การขอรับความคุ้มครองภายใต้ระบบ PCT นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ขอคนไทยในการคุ้มครองสิทธิบัตรในต่างประเทศ โดยใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการน้อยกว่าที่จะยื่นขอโดยตรงในแต่ละประเทศ” นายบรรยงค์กล่าว
|
|