|
‘ธัญญมณี’ ร้านจิวเวลรี่มีตำนาน พลอยจันทน์โบราณบริการการันตี |
|
|
|
|
เขียนโดย รางน้ำฝน
|
|
วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม 2011 เวลา 06:52 น. |
|
เมื่อกล่าวถึงจันทบุรี หนึ่งในสินค้าเด่นประจำจังหวัด คือ พลอยคุณภาพเยี่ยม บนถนนอัญมณี ในตัวเมือง จะเต็มไปด้วยร้านขายจิวเวลรี่ ดังนั้น เมื่อมีคู่แข่งที่ขายสินค้าชนิดเดียวกันจำนวนมาก จำเป็นต้องสร้างจุดขายให้เกิดเอกลักษณ์แตกต่างออกไป ตัวอย่างของร้าน “ธัญญมณี” เป็นการสร้างจุดเด่นอย่างน่าสนใจ อาศัยข้อได้เปรียบที่มีวัตถุดิบพลอยไทยโบราณเก็บไว้จำนวนมหาศาล ประกอบกับสร้างความพึงพอใจ และความไว้วางใจจากการสร้างระบบง่ายๆ แต่ได้ผลอย่างสูง
|
สมชาย และสุภาพร นิยมกิจ สามี-ภรรยา เจ้าของร้านจิวเวลรี่ “ธัญญมณี” ตั้งอยู่ใน ถ.อัญมณี อ.เมือง จ.จันทบุรี เผยว่า จุดเด่นของร้าน คือ มีวัตถุดิบพลอยไทยแท้โบราณ ซึ่งปัจจุบันในท้องตลาดทั่วไปหาซื้อไม่ได้แล้ว เก็บไว้จำนวนมาก ดังนั้น ลูกค้าที่อยากได้พลอยไทยโบราณ ส่วนใหญ่จะเข้ามาเป็นลูกค้าของร้านฯ อีกทั้ง ด้วยวัตถุดิบพลอยไทยที่มีอยู่จำนวนมาก ในการทำเครื่องประดับให้ลูกค้า จึงมีโอกาสจะเลือกเฟ้นวัตถุดิบให้เหมาะสมกับเครื่องประดับแต่ละชิ้นมากเท่าใดก็ได้ตามต้องการ ไม่ว่าเครื่องประดับชุดนั้นต้องการใช้พลอยขนาดใด หรือต้องการพลอยสีเหมือนกันสักกี่ร้อยเม็ดก็ตาม ก็สามารถคัดสรรให้ได้หมด
|
สาเหตุที่ทำให้ร้าน “ธัญญมณี” มีพลอยไทยเก็บไว้จำนวนมากนั้น เนื่องจากเดิมพวกเขาทำธุรกิจโรงงานเจียระไนพลอยส่ง ซึ่งวัฒนธรรมของคนค้าพลอยในเวลานั้น จะนิยมซื้อพลอยดิบกักตุนไว้ เพื่อเก็งกำไร แต่แล้วเกิดวิกฤตราคาพลอยไทยตกต่ำสุดขีด เมื่อประมาณปี 2531 ทำให้ลูกค้าชาวต่างชาติหันไปซื้อพลอยจากประเทศพม่า และพลอยจากทวีปแอฟริกา ทำให้พลอยที่กักตุนไว้ขายไม่ออก จนธุรกิจต้องล้ม ปิดโรงงานเมื่อปี 2536 การหาทางรอดจึงเปลี่ยนมาจับธุรกิจร้านจิวเวลรี่แทน “ทุกวันนี้ ถ้าลูกค้าไปถามหาซื้อพลอยไทยกับพ่อค้ารุ่นใหม่ เขาจะบอกว่า พลอยไทยแท้หมดไปแล้ว แต่จริงๆ ยังมีอยู่ตามพ่อค้ารายเก่าๆ ที่ซื้อเก็บตุนไว้จำนวนมาก ไม่ใช่แค่เราเจ้าเดียว ดังนั้น ถ้าคนที่ชอบพลอยไทย ก็จะมาเลือกซื้อจากเรา ซึ่งมีเก็บไว้นานแล้ว วัตถุดิบก้อนสุดท้ายที่เราซื้อ คือ พ.ศ. 2535 เข้าไปแล้ว ไม่เคยซื้อใหม่เพิ่มเติมเลย เพราะฉะนั้น พลอยของเราเรียกได้ว่าเป็นพลอยที่มีตำนาน” สุภาพร อธิบาย
|
ที่กล่าวมาตลอดว่า มีพลอยไทยกักตุนไว้จำนวนมากนั้น ถามว่า มากขนาดไหน ถ้าคิดเป็นน้ำหนัก รวมแล้ว มากกว่า “ตัน” ถ้าจะวัดเป็นราคา ต้องบอกว่าไม่สามารถประเมินค่าได้ เนื่องจากทั้งหมดเป็นพลอยโบราณ ในท้องตลาดหาซื้อไม่ได้แล้ว จึงไม่มีมาตรฐานใดจะตีราคาได้ เนื่องจากมีพลอยเก็บไว้จำนวนมาก การป้องกันทรัพย์สินเหล่านี้ ถึงกับต้องกันพื้นที่ส่วนหนึ่งของร้านทำเป็นห้องพิเศษ เหมือนกับตู้เซฟขนาดยักษ์ ประตูทำด้วยเหล็กกล้าหนากว่า 6 นิ้ว เมื่อเข้าไปจะเป็นห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้างยาวประมาณสี่คูณห้าเมตร รอบห้องมีพลอยไทยสีต่างๆ ทั้งแดง เหลือง เขียว บรรจุอยู่ในถุงปุ๋ย วางเรียงซ้อนทับกันแน่นขนัด ซึ่ง “สมชาย” บอกว่า ต่อให้ทำจิวเวลรี่ถึงรุ่นลูกรุ่นหลานก็ไม่มีทางใช้ได้หมด
|
แม้จะเป็นเพียงผู้ประกอบการรายเล็กๆ แต่แนวทางการตลาดของร้านจิวเวลรี่แห่งนี้ ก็น่าสนใจไม่น้อย โดยการออกแบบยึดคอนเซ็ปท์ “สินค้าชิ้นเดียวในโลก” เครื่องประดับแต่ละแบบจะมีเพียง 1 ชิ้นเท่านั้น ช่วยให้ลูกค้าที่ได้ไปครองเกิดความภาคภูมิใจ “เราไม่อยากให้เวลาลูกค้าใส่ไปแล้ว เจอคนอื่นก็มีใส่เหมือนกัน หรือเคยเห็นคนอื่นใส่มาก่อน ความพึงพอใจมันต่างกัน อยากให้เป็นชิ้นเดียวในโลก เขาจะรู้สึกภูมิใจ และจะกลับมาเป็นลูกค้าของเราต่อไป นอกเสียจากกรณีที่มีลูกค้ารายอื่นเห็นแบบที่เราถ่ายภาพเก็บไว้แล้วชอบ อยากได้บ้าง เราก็จะต้องโทร.ไปขอเจ้าของก่อนว่า จะอนุญาตให้เราทำซ้ำได้ไหม ที่ผ่านมาก็ไม่มีใครห้าม และในความเป็นจริง มันเป็นสิทธิ์ของร้านที่จะทำแบบใดก็ได้ แต่เราคิดถึงในแง่คุณค่าทางจิตใจ ให้ลูกค้ารู้ว่า เราเอาใจใส่เขา” สุภาพร เผย
|
นอกจากนั้น สินค้าแต่ละชิ้นจะมีการทำประวัติข้อมูลบันทึกลงสมุดไว้ครบถ้วน เช่น รูปแบบ วัตถุดิบที่ใช้ และหมายเลขประจำสินค้า อีกทั้ง เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าจะออกใบรับประกันให้ด้วย ซึ่งร้าน “ธัญญมณี” เป็นร้านจิวเวลรี่รายแรกใน จ.จันทบุรี ที่นำระบบนี้มาใช้ “ใบรับประกันจะช่วยให้คนไม่มีความรู้ทางพลอย เกิดความมั่นใจว่าได้พลอยของจริง และเราจะบันทึกประวัติลูกค้าไว้ว่าใครซื้อชิ้นไหนไปบ้าง ซื้อเมื่อใด รายละเอียดสินค้าเป็นอย่างไร และมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ เผื่อกรณีเขาซื้อสินค้าไปแล้วเกิดปัญหา เช่น พลอยหลุด เขาสามารถเอากลับมาซ่อมได้ฟรี ตรงนี้เป็นงานบริการที่คนซื้อจะสบายใจว่า เราไม่ได้ทำธุรกิจแบบตีหัวเข้าบ้าน มั่นใจได้ว่า ซื้อไปแล้ว เราติดตามบริการตลอด หรือในกรณีหายหรือถูกขโมย เขาสามารถนำใบรับประกันไปแจ้งตำรวจได้เลย เพราะในนั้นจะมีรูปถ่ายและข้อมูลบรรจุไว้ทั้งหมด การตามคนร้ายจะยิ่งง่าย เพราะแต่ละแบบจะมีชิ้นเดียวในโลก ถ้านำไปขายที่ใด หรือเห็นใครใส่ รู้ได้ทันที ว่าเป็นชิ้นที่หายไป ซึ่งจากระบบแบบนี้ เป็นผลดีต่อยอดขายอย่างมาก ทำให้เราได้ลูกค้ากลับมาเป็นขาประจำเกือบทั้งหมด” สุภาพร ระบุ
|
ด้วยจุดขายดังกล่าวข้างต้น หนุนให้ยอดขายของร้านฯ เหยียบ 7 หลักต่อเดือน โดยสนนราคาเครื่องประดับในร้านเริ่มต้นที่ 5,000 บาท กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นขาประจำ ซึ่งมีทั้งไทยและเทศ ส่วนช่องทางจำหน่าย ได้แก่ หน้าร้านของตัวเอง ใน ถ.อัญมณี จ.จันทบุรี กับที่ห้างคาร์ฟูร์ เมืองพัทยา และออกงานแสดงสินค้าต่างๆ รวมถึง สินค้าของร้านฯ ยังได้รับคัดสรรเป็นโอทอป 4 ดาว ระดับประเทศอีกด้วย
|
* * * * * * * * * * โทร.081-949 -0128
|
|