|
เล็งใช้ระบบฝรั่งเศส ตั้งศูนย์จดทะเบียนธุรกิจ แก้ปัญหาหลบภาษี |
|
|
|
|
เขียนโดย รางน้ำฝน
|
|
วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม 2011 เวลา 06:52 น. |
|
สสว.เตรียมตั้งศูนย์จดทะเบียนธุรกิจเอสเอ็มอีทั่วไป เผยอาศัยระบบฝรั่งเศสที่มีประสิทธิภาพเข้าช่วย หวังลดปัญหาการเลี่ยงภาษี และสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค ด้านฝรั่งเศส ไม่สนโนฮาวไทย ขอเพียงเปิดโอกาสการลงทุนแก่ผู้ประกอบการชาวฝรั่งเศส ได้มีการขยายภาคการผลิตเพิ่มขึ้น นางจิตราภรณ์ เตชาชาญ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยภายหลังการลงนาม Joint Cooperation Statement ด้านเอสเอ็มอีกับกระทรวงเศรษฐกิจ การคลัง และอุตสาหกรรม ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ว่าการร่วมมือในครั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีของไทย ให้มีระบบที่ชัดเจน และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคและนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะการและเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ในการจดทะเบียนธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งทางประเทศฝรั่งเศสได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำในเรื่องดังกล่าวของอียู โดยเป็นลักษณะ One-actor, One-Stop service ซึ่งเป็นการลดขั้นตอนและแบบฟอร์มคำถามของหน่วยงานต่างๆ มาแบบฟอร์มเดียวกัน และให้กระบวนการเบ็ดเสร็จโดยเจ้าหน้าที่ คนทำการจดทะเบียนแทนทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ระบบของประเทศฝรั่งเศสยังกำหนดให้ต้องแสดงรหัสในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งถือเป็นการบังคับทางอ้อมให้ธุรกิจต้องจดทะเบียน ทำให้ไม่เกิดปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษี “การลงนามในครั้งนี้ เป็นโครงการที่ทางไทยและฝรั่งเศสได้มีการแลกเปลี่ยนงานกันมาตั้งแต่ปี 2549 ที่ผ่านมาทำให้ทั้ง 2 ฝ่าย มองเห็นช่องทางที่จะสามารถนำองค์ความรู้มาใช้ร่วมกันได้ เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีของทั้ง 2 ประเทศ โดยทางเราได้ขอคำแนะนำเกี่ยวกับระบบ การจดทะเบียนธุรกิจที่มีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยได้ทำงานประสานกับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงการให้ทางฝรั่งเศสส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์มาให้คำแนะนำ และการพัฒนาคลัสเตอร์สาขานำหอม ซอฟท์แวร์ แฟชั่น และอาหารร่วมกันอีกด้วย” นางจิตราภรณ์ กล่าว ด้าน Mrs. Catherine Gras รองผู้อำนวยการฝ่ายทั่วไป กระทรวงเศรษฐกิจ การคลังอุตสาหกรรม ประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า การร่วมมือ เพื่อพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอีกับประเทศไทย โดยถือเป็นการช่วยเปิดช่องทางการลงทุนให้กับภาคการผลิตของฝรั่งเศสในการมาลงทุนดำเนินธุรกิจเอสเอ็มอีในไทย ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการที่มาลงทุนล้วนเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งสิ้น แต่หากความร่วมมือนี้เกิดเป็นรูปธรรม คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากฝรั่งเศส เข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน “ประเทศไทย ในสายตาของนักลงทุนชาวฝรั่งเศส ถือเป็นประเทศที่น่าลงทุนมากในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกจากฝรั่งเศส ที่ได้รับนิยมอย่างมากในไทย ส่วนการให้คำแนะนำเกี่ยวการจดทะเบียนธุรกิจ ทางเราจะเดินทางไปอบรมให้กับผู้ประกอบการไทยในช่วงเดือนพฤศจิกายน เพื่อสานต่อการลงนามให้ประสบผลสำเร็จ รวมถึงการดูลู่ทางในการลงทุนกับนักธุรกิจไทย และหากในอนาคตมีการลงทุนเกิดขึ้น ทางเราขอให้ทางไทยตั้งศูนย์ใหนำแนะนำแก่ผู้ประกอบการชาวฝรั่งเศส เพื่อความสะดวกในการดำเนินธุรกิจอีกด้วย” Mrs. Cathrine กล่าว
|
|