|
แนะธุรกิจสินค้าแปรรูป อนาคตสดใสในประเทศจีน |
|
|
|
|
เขียนโดย รางน้ำฝน
|
|
วันอังคารที่ 10 มกราคม 2012 เวลา 06:40 น. |
|
ผู้เชี่ยวชาญเจาะตลาดจีน แนะเอสเอ็มอีไทยส่งสินค้าอาหารแปรรูปไปจำหน่าย โอกาสเติบโตในธุรกิจดีกว่าการนำเงินไปลงทุน ชี้มองสินค้าที่ยังไม่มีในจีนหรือผลิตได้น้อยส่งไปจำหน่าย เผยกล้วยน้ำว้าแปรรูป และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ อนาคตสดใส ล่าสุดนำร่องผลิตผลไม้แปรรูปส่งโอลิมปิก ให้นักกีฬาทั่วโลกได้ลิ้มลอง ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดประเทศจีน ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับโอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการไปเปิดตลาดยังประเทศจีนว่า เอสเอ็มอีไทยควรที่จะผลิตสินค้าที่ประเทศจีนไม่สามารถผลิตได้ หรือใช้วัตถุดิบที่แตกต่างอออกไป เพื่อส่งไปจำหน่ายในประเทศจีนมากกว่า การไปลงทุน เนื่องจากจะต้องอาศัยเงินลงทุนที่สูง และมีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจมาก ซึ่งสินค้าที่มีโอกาสเติบโตได้ เช่น สินค้าในหมวดอาหารแปรรูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประเภทอาหาร หรือผลไม้ “หลายคนอาจมองว่าการที่จะผลิตสินค้าที่ประเทศจีนยังผลิตไม่ได้ หรือไม่มีวัตถุดิบ เป็นเรื่องยาก เพราะที่ผ่านมาสินค้าส่วนใหญ่ทั่วโลกก็ล้วนมาจากประเทศจีนกันทั้งนั้น แต่หากมองตลาดให้ดีๆ แล้ว โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร ที่ปลูกได้ในแถบประเทศเขตร้อนเท่านั้น เช่น กล้วยน้ำว้า นำมาแปรรูปเป็นกล้วยฉาบ ซึ่งขณะนี้มีการทำคอนเทค ฟาร์มมิ่ง (Contact Farming) กับจ.สุโขทัย ส่วนเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ก็เป็นอีกสินค้าหนึ่งที่กำลังเป็นที่ต้องการมากในประเทศจีน แม้ว่าประเทศจีนจะปลูกได้ก็ตาม แต่ก็ปลูกได้ในจำนวนน้อย” ดร.อักษรศรีกล่าว ส่วนสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น สินค้าตกแต่งบ้าน เครื่องประดับ ก็ถือว่ายังมีศักยภาพ โดยเฉพาะสินค้าที่ทำจากดีบุกเน้นการผลิตออกมาในรูปของชุดชา ซึ่งขณะนี้ประเทศมาเลเซีย กำลังบุกทำตลาดนี้อยู่ แต่หากเทียบฝีมือกับช่างไทยแล้ว น่าจะมีโอกาสเติบโตในตลาดนี้ได้มากกว่า ดร.อักษรศรี กล่าวต่อว่า สินค้าที่ไม่เหมาะสมในการนำเข้าไปจำหน่ายในประเทศจีนได้แก่ สินค้าประเภทกระดาษสา และเครื่องสำอาง เนื่องจากชาวจีนจะใช้เครื่องสำอางแบรนด์เนมทั้งหมด ไม่นิยมสมุนไพรไทยที่นำไปทำเป็นเครื่องสำอาง ซึ่งการนำเข้าก็จะยากด้วย ต้องผ่านกฎระเบียบมากมาย ดังนั้นหนทางที่จะทำให้สินค้าเอสเอ็มอีไทยเป็นที่รู้จัก ผู้ประกอบการจะต้องไปออกงานแสดงสินค้ากับภาครัฐฯ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ของตน อย่างไรก็ตามในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพจัดงานนั้น ถือเป็นโอกาสดีของผลไม้ไทย ที่ขณะนี้ได้มีการนำเอาผลไม้แปรรูปจากไทยไปเสิร์ฟในหมู่บ้านนักกีฬาแล้ว ส่วนการจำหน่ายทั่วไป ชาวจีนยังรู้สึกว่าผลไม้ไทยยังมีราคาแพงว่าประมาณ 30-40 % ดังนั้นต้องเจาะตลาดในแถบมณฑลชายฝั่ง ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง
|
|